วันพฤหัสบดี, 22 กุมภาพันธ์ 2567

การเพิ่มประสิทธิภาพของ windows 10

19 ก.ย. 2023
189

Windows 10 เป็นระบบปฏิบัติการที่มีความหลากหลายและมีความสามารถมากมายที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้คอมพิวเตอร์ทั่วโลกอย่างแพร่หลาย แต่เมื่อผู้ใช้เริ่มใช้งานคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานหรือมีการใช้งานที่มากขึ้น การเพิ่มประสิทธิภาพของ Windows 10 เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งเพื่อให้ระบบทำงานได้รวดเร็วและเสถียรมากยิ่งขึ้น ในบทความนี้เราจะสรุปแนวทางสำหรับการเพิ่มประสิทธิภาพของ Windows 10 ที่คุณสามารถนำไปใช้งานได้ทันที โดยไม่ต้องมีความชำนาญเทคนิคเฉพาะ

การเพิ่มประสิทธิภาพของ Windows 10 ไม่เพียงแต่ช่วยให้ระบบทำงานได้รวดเร็วขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยลดปัญหาความล่าช้าและปัญหาที่เกิดขึ้นเนื่องจากการใช้งานที่ไม่เหมาะสม ดังนั้น ควรพิจารณาการดำเนินการตามแนวทางเหล่านี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของระบบ Windows 10 ของคุณ

การเพิ่มประสิทธิภาพ

1.การปิดการแจ้งเตือน

  • การปิดการแจ้งเตือนใน Windows 10 อาจช่วยในบางกรณีเพื่อลดการรบกวนและเพิ่มประสิทธิภาพของการทำงาน

2.การปรับ POWER OPTION

  • การปรับ Power Options (หรือ Power Plans) ใน Windows 10 ช่วยควบคุมการจัดการพลังงานของคอมพิวเตอร์ของคุณและสามารถช่วยลดการใช้พลังงานหรือเพิ่มประสิทธิภาพได้ โดยการปรับเป็น High Performance การปรับ Power Saver (สำหรับโน๊ตบุ๊ค) เพื่อช่วยประหยัดแบตตอนที่ไม่ชาร์จแบต

3.การปรับลดการทำงานเบื่องหลัง

  • การเลือก แบบPerformance จะปรับลดการทำงานเบื้องหลังจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความเร็วของคอมพิวเตอร์ของคุณ

4.ปิด GAME MODE XBOX GAME BAR

  • จะช่วยลดการใช้ทรัพยากร ป้องกันการแสดง Popup อาจไม่มีผลกระทบต่อประสิทธิภาพของระบบในบางความสมบูรณ์

5.ลบไฟล์ขยะ

  • การลบไฟล์ขยะ การทำความสะอาดระบบหรือ Disk Cleanup ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของระบบ และ ประหยัดพื้นที่บนฮาร์ดดิสก์

6.การปิด WINDOWS UPDAT

  • การที่กด Pause updates จะช่วยเลื่อนการอัพเดทไปอีกประมาณ 7 วัน เพื่อสำหรับคนที่อินเทอร์เน็ตไม่ค่อยสเถียร์
    (เเต่แนะนำใหัอัพเดททุกคนนะครับ)

7.ปิดโปรแกรมใน STARUP

  • การปรับให้เป็น Disabled จะช่วยลดการใช้ทรัพยากรของระบบและเพิ่มประสิทธิภาพให้กับระบบปฏิบัติการของคุณได้

การสรุปทั้งหมดของการเพิ่มประสิทธิภาพ

การเพิ่มประสิทธิภาพของ Windows 10 สรุปได้ดังนี้:

  1. อัปเดตระบบปฏิบัติการ: อัปเดต Windows 10 อย่างสม่ำเสมอเพื่อรับการปรับปรุงความปลอดภัยและประสิทธิภาพ.
  2. ลบไฟล์ขยะ: ใช้เครื่องมือเช่น Windows Disk Cleanup เพื่อลบไฟล์ขยะและไฟล์ชั่วคราวที่ไม่จำเป็น.
  3. ปรับแต่ง Power Options: ใช้ Power Plans เพื่อปรับการจัดการพลังงานของระบบให้เหมาะสมกับการใช้งานของคุณ.
  4. ปิดการเริ่มต้นโปรแกรมที่ไม่จำเป็น: ปรับการเริ่มต้นโปรแกรมให้ไม่มีโปรแกรมที่ไม่จำเป็นทำงานพร้อมกันกับระบบ.
  5. ปรับแต่งการตั้งค่ากราฟิก: ปรับแต่งการตั้งค่ากราฟิกโดยใช้ตัวควบคุมกราฟิกเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพหรือลดการใช้ทรัพยากร.
  6. ปิดการแจ้งเตือน: ปิดการแจ้งเตือนที่ไม่จำเป็นเพื่อลดการรบกวนและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานหรือเล่นเกม.
  7. ควบคุมการทำงานเบื้องหลัง: ใช้ Task Manager เพื่อตรวจสอบและจัดการกระบวนการที่ทำงานเบื้องหลัง.
  8. อัปเกรดฮาร์ดแวร์: ในกรณีที่คอมพิวเตอร์มีอาการเหนื่อยและการปรับแต่งทั้งหมดไม่ช่วย เป็นไปได้ที่คุณจะต้องอัปเกรดฮาร์ดแวร์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของระบบ.

ผู้พัฒนาบทความ

นาย ภัทรพล บำเรอ

สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ คณะครุศาสตร์

มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง